“โรคกระเพาะ” ห้ามกินอะไรบ้างและควรกินอะไร

824

โรคกระเพาะอาหารเป็นโรคที่คนส่วนใหญ่เป็นกันมากในปัจจุบัน ที่บางครั้งการที่เรามีชีวิตที่เร่งรีบทำให้เราดูแลตัวเองได้ไม่ดีนัก จนทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารได้ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีข้อมูลอาหารที่คนเป็นโรคกระเพาะอาหารไม่ควรทาน รวมไปถึงจะทานอะไรได้บ้าง อาการจะได้ไม่กำเริบมาบอกกัน

  เริ่มที่อย่างแรกเป็นโรคกระเพาะห้ามทานอะไรบ้าง

  1. อาหารรสจัด

อาหารรสจัดจะกระตุ้นให้มีการผลิตน้ำย่อยออกมามากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการระคายเคืองบริเวณกระเพาะอาหาร ก่อให้เกิดอาการปวดท้องข้างซ้าย จุกเสียดแน่นท้อง

  1. ชา กาแฟ ช็อกโกแลต เครื่องดื่มชูกำลัง

เนื่องจากกาแฟ ชาชนิดต่างๆ และเครื่องดื่มชูกำลัง เป็นเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ซึ่งคาเฟอีนเป็นตัวกระตันให้กระเพาะผลิตน้ำย่อยออกมามากขึ้นแล้วมากัดกระเพาะเราจนรู้สึกแสบท้อง รวมถึงอาหารที่มีส่วนผสมของช็อกโกแลตก็ต้องงดด้วยเช่นกัน

  1. น้ำอัดลม

น้ำอัดลมนอกจากจะเร่งการผลิตน้ำย่อยแล้ว ยังมีแก๊สที่เป็นต้นเหตุของอาการท้องอืด ท้องเฟ้อร่วมด้วย โดยเฉพาะการดื่มน้ำอัดลมระหว่างที่ท้องว่างจะเป็นอันตรายอย่างมากสำหรับผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหาร อาจทำให้เกิดอาการแสบท้องหนักได้

  1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะอาหาร ผู้ที่ป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารจึงควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด โดยเฉพาะการดื่มขณะที่ท้องว่างเป็นอันตรายมากสำหรับผู้ป่วยกระเพาะอาหาร อาจทำให้แสบท้องหนักได้

  1. อาหารไขมันสูง ของทอด

เนื่องจากกระเพาะจำเป็นต้องหลั่งน้ำย่อยออกมาเพื่อย่อยอาหารประเภทไขมันในปริมาณมากขึ้น จะส่งผลให้กับคนที่เป็นโรคกระเพาะรู้สึกแน่นท้อง ท้องอืด และแสบท้องเนื่องจากกรดในกระเพาะอาหารได้

เมื่อทีอาหารที่คนเป็นโรคกระเพาะไม่ควรทานแล้ว ย่อมมีอาหารที่คนเป็นโรคกระเพาะควรรับประทานเพื่อช่วยบรรเทาอาการของโรคกระเพาะเช่นกัน ซึ่งจะมีดังต่อไปนี้

  1. อาหารย่อยง่าย

อาหารย่อยง่ายอย่างเนื้อปลา เนื้อไก่ เนื้อกุ้ง จะย่อยได้ดีกว่าเนื้อวัวและเนื้อหมู อีกทั้งเวลาทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์หรือจะอาหารทุกชนิดควรเคี้ยวให้ละเอียด เพื่อให้กระเพาะอาหารสามารถย่อยได้ง่ายและไม่ปล่อยน้ำย่อยออกมามากเกินไปจนทำให้ระคายเคือง

  1. โยเกิร์ต

การรับประทานโยเกิร์ตช่วยลดปริมาณแบคทีเรียบางชินดที่เป็นสาเหตุของแผลในกระเพาะได้ หรือเป็นการช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ชนิดดีให้ร่างกาย

  1. กล้วย

ในเนื้อและเปลือกกล้วยมีเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารที่มีผลยับยั้งการหลั่งของน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร และกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้เล็ก จึงช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้

ทั้งนี้คนที่เป็นโรคกระเพาะควรเลือกรับประทานอาหารให้ถูก และต้องมีวินัยรับประทานอาหารให้ถูกเวลา ดื่มน้ำให้มากขึ้น งดสูบบุหรี่ และหมั่นออกกำลังกาย และไม่ควรซื้อยามาทานเอง เพราะยาแก้ปวดชนิดแอสไพรินมีฤทธิ์กัดกระเพาะอาหารได้เป็นต้น

error: Content is protected !!