11 สถานที่ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นที่สุดในโลก! มีการคุ้มกันและระบบนิรภัยที่ทันสมัย

117

ส่วนใหญ่แล้วสถานที่ที่มนุษย์เข้าไม่ถึงนั้นจะเป็นสถานที่ที่ลึกลับจากธรรมชาติ เช่น หมู่เกาะห่างไกล ยอดเขาสูงสุดขอบฟ้า หรือที่ที่ลึกระดับมหาสมุทร แต่ก็ยังมีสถานที่ที่มนุษย์สร้างขึ้นและปกปิดเป็นสถานที่ลึกลับเพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน เช่น ห้องใต้ดินเก็บสมบัติมหาศาล เรือนจำ หรือสถานที่ที่ไว้เก็บความลับหรือของมีค่าบางอย่าง

เราได้รวบรวมสถานที่ลึกลับที่ยากแก่การเข้าถึงที่คนธรรมดาอย่างเราไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปได้แม้แต่ปลายนิ้ว

 

1. อุโมงค์เมล็ดพันธุ์พืชแห่งสฟาลบาร์ (Svalbard Global Seed Vault)

Svalbard Global Seed Vault ถูกจัดเป็นอันดับ 1 ในสถานที่ที่ลึกลับที่เข้าถึงได้ยากมากที่สุดในโลก เป็นแหล่งสำรองเมล็ดพรรณจากทั่วโลก ตั้งอยู่บนเกาะสปีตสเบร์เกนประเทศนอร์เวย์ เป็นที่รวบรวมเมล็ดพันธุ์พืชหลากหลายชนิดซึ่งเก็บไว้ในอุโมงค์ใต้ดิน โดยเมล็ดพันธุ์พืชนี้เก็บไว้เพื่อสำรองจากพืชพันธุ์ทั่วโลกในยามที่ขาดแคลนพืชหรือไว้หลบภัยในกรณีที่เกิดวิกฤติการณ์ในภูมิภาคหรือระดับโลกหรือเพื่อเป็นแผนสำรองในกรณีที่เกิดการทำลายล้างทั่วโลก ภายใต้การสนับสนุนจาก 3 ฝ่าย คือรัฐบาลนอร์เวย์, กองทุนความหลากหลายแห่งธัญพืชของโลก (Global Crop Diversity Trust) และศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมแห่งนอร์ดิก (Nordic Genetic Resource Center) การก่อสร้างอุโมงค์มีมูลค่าราว 45 ล้าน ความปลอดภัยของอุโมงค์นี้มีระบบประตูเหล็กที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งพร้อมด้วยระบบกุญแจนิรภัย เมล็ดพันธุ์เหล่านี้จะสามารถรอดพ้นจากการยิงขีปนาวุธ แผ่นดินไหว น้ำท่วม หรือระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น

 

 

2. ฐานทัพลับใต้ภูเขาไชแอนน์ (Cheyenne Mountain Complex)

Cheyenne Mountain Complex อยู่ในรายการ ถูกจัดเป็นอันดับ 2 ในสถานที่ที่ลึกลับและเข้าถึงยากที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนภูเขาในรัฐโคโลราโด ก่อนหน้านี้เป็นที่พักของ North American Aerospace Defense Command (NORAD) เป็นสถานที่ปฏิบัติงานทางทหารและเป็นแหล่งหลบภัยเพื่อต่อต้านและทำลายล้างการระเบิดของนิวเคลียร์ 30 เมกะไบต์ ปัจจุบันศูนย์นี้เป็นศูนย์บัญชาการ “พลัดถิ่น” สำหรับกองทัพอากาศซึ่งมีลูกเรือ 200 คน ในกรณีที่เกิดสงครามนิวเคลียร์สถานที่นี้อาจเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในซีกโลกตะวันตก มีอ่างเก็บน้ำขนาด 1.5 ล้านแกลลอน อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่สำหรับกรองเชื้อเพลิงและป้องกันสารปนเปื้อนทางชีวภาพหรือนิวเคลียร์และอื่น ๆ เพื่อความปลอดภัยของพลเมือง!

 

 

3. ฐานทัพแอเรีย 51 (AREA 51)

เป็นสถานที่ที่ลึกลับและเข้าถึงยากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก แอเรีย 51 (Area 51) เป็นชื่อเรียกของฐานทัพที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐเนวาดาในสหรัฐอเมริกาตะวันตกของบริเวณพื้นที่ทางทหารการบินลับขนาดใหญ่ มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและทดสอบอากาศยานและระบบอาวุธ เป็นฐานทัพลับที่ตั้งอยู่ในเขตทดสอบและฝึกซ้อมเนวาดาในพื้นที่ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ มีความเข้มงวดด้านการปกปิดความลับของฐานทัพ ทำให้มักถูกตั้งประเด็นในทฤษฎีสมคบคิดในเรื่องวัตถุบินยูเอฟโอ มีการรักษาความปลอดภัยอย่างหนาแน่น มีข่าวลือว่ามีการถือกล้องถ่ายรูปสำหรับผู้ที่ถ่ายรูปรอบสถานที่แห่งนี้ มีการฝังเซ็นเซอร์ลงในพื้นดินเพื่อป้องกันผู้บุกรุก 

 

 

4. อุโมงภูเขาหินแกรนิต (Granite Mountain Records Vault)

Granite Mountain Records Vault เป็นอันดับที่ 4 ของสถานที่ลึกลับและเข้าถึงยากที่สุดในโลก สร้างขึ้นโดยคริสตจักรของพระเยซูคริสต์แห่งสิทธิชนยุคสุดท้ายในปี 1965 ถูกสร้างขึ้นบนความสูง 600 ฟุตของเทือกเขา Little Cottonwood Canyon ในรัฐยูทาห์ ประชาชนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาภายในโบสถ์แห่งนี้ แม้ว่าทางคริสตจักรจะออกมาบอกว่าพวกเขาไม่มีอะไรจะหลบซ่อนแต่ก็มีเรื่องเล่าขานกันว่าภายในเป็นห้องเก็บของที่เก็บรูปภาพไว้ 3.5 พันล้านรูปและบันทึกต่าง ๆ ที่สำคัญต่อคริสตจักร และที่สำคัญอุโมงค์แห่งนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อทนต่อการระเบิดนิวเคลียร์

 

 

5. ห้องเก็บทองนิรภัยของธนาคารกลางแห่งชาติสหรัฐ (Federal Reserve Bank Gold Vault)

Federal Reserve Bank Gold Vaul เป็นอันดับที่ 5 ของสถานที่ที่ลึกลับที่สุดในโลก มีระบบการรักษาความปลอดภัยของอาคารที่แน่นหนาด้วยกองกำลังตำรวจสหพันธรัฐติดอาวุธ เป็นห้องใต้ดินผนังเสริมด้วยเหล็กล้อมรอบและมีการติดวงจรปิดเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ภายในเป็นถังเหล็กขนาด 90 ตันเสริมด้วยคอนกรีตขนาด 140 ตันเพื่อเก็บรักษาทองแท่งมูลค่ามหาศาลของประเทศ

 

6. อาคารนิรภัยของกองกำลังสหรัฐ (United States Bullion Depository at Fort Knox)

United States Bullion Depository at Fort Knox จัดเป็นอันดับที่ 6 ของสถานที่ลึกลับที่สุดในโลก เป็นสถานที่เก็บเอกสารและสิ่งสำคัญของกองกำลังทหารสหรัฐ สร้างขึ้นเมื่อปี 1936 กล่าวกันว่า มีระบบการป้องกันความปลอดภัยสูงที่สุดระดับโลก สร้างด้วยรั้วไฟฟ้า ผนังเหล็กและคอนกรีตหนา หลังคาและผนังสามารถป้องกันการระเบิดและมีระบบป้องกันน้ำท่วมฉุกเฉิน มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการคุ้มกันและมีหน่วยทหารประจำการกว่า 30,000 หน่วย

 

 

7. คลังเก็บความลับของนครรัฐวาติกัน (Vatican Secret Archives)

เป็นสถานที่ลักลับอันดับ 7 ที่เข้าถึงยากที่สุดในโลก เป็นที่เก็บเอกสารลับของคริสตจักรคาทอลิกของนครรัฐวาติกัน กล่าวกันว่าเป็นที่เก็บเอกสารส่วนตัวของสมเด็จพระสันตะปาปาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 8 มีระบบรักษาความปลอดภัยที่หนาแน่นที่มีเพียงผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่สามารถเข้าได้

 

 

8. สถาบันวิจัยด้านไวรัสและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งสหรัฐ (Smallpox Repositories)

เป็นสถานที่ลึกลับที่เข้าถึงได้ยากเป็นอันดับที่ 8 เป็นศูนย์ควบคุมโรคและสถาบันการวิจัยด้านไวรัสเทคโนโลยีชีวภาพของสหรัฐ ตัวอาคารเป็นผนังคอนกรีตขนาดใหญ่พร้อมรั้วไฮเทคที่มีระบบปกป้องที่ทันสมัย

 

 

9. หลุมหลบภัย Pionen Bunker

เป็นที่ตั้งหลบภัยของกองหนุนหน่วยนิวเคลียร์ในยุคสงครามเย็นในเมืองสตอกโฮล์มที่รู้จักกันในนาม “Pionen Bunker” ทำด้วยประตูโลหะหนาครึ่งเมตร มีระบบป้องกันที่หนาแน่นที่บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าถึง

 

 

10. เรือนจำ ADX Florence Prison 

เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้ยากที่สุดในโลก เป็นสถานที่กักกันอาชญากรอันตรายที่สุดในอเมริกาและผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ มีรั้วสูง 12 ฟุตที่ปกคลุมด้วยลวดหนาม มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ถูกออกแบบเพื่อให้นักโทษถูกตัดขาดจากโลกภายนอกและไม่รู้ว่าตัวเขาอยู่ ณ ที่แห่งใดในโลกนี้

 

 

11. ห้องเก็บของนิรภัยธนาคารแห่งอังกฤษ (The Bank of England’s Gold Vault)

เป็นห้องนิรภยที่ใช้เก็บทองคำมูลค่า 4,600 ตัน กำแพงทำจากวัสดุป้องกันการระเบิด มีระบบรหัสผ่านที่มีความปลอดภัยสูง และถ้ารหัสผ่านไม่ทำงานระบบจะจดจำจากเสียงของผู้ใช้รหัสผ่านเพื่อการเปิดห้องนิรภัย 

 

 

ที่มาของภาพและเรื่อง www.ranker.com

error: Content is protected !!