10 สถานที่ประหลาดที่วิทยาศาสตร์ไม่อาจอธิบายได้! แปลกมหัศจรรย์เหนือคำบรรยาย

207

ในโลกแห่งนี้มีสถานที่แปลกลึกลับมากมายที่บ้างแห่งนักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่อาจหาคำอธิบายได้ วันนี้เราได้รวบรวมสถานที่ที่ลึกลับมหัศจรรย์ที่เทคโนโลยีสมัยใหม่ยังต้องพากันค้นหาคำตอบอีกต่อไป

 

1. หินเคลื่อนที่ “Sailing Stone/Racetrack Playa” ในหุบเขามรณะ (Death Valley)

ที่ประเทศแคลิฟอร์เนีย ณ หุบเขามรณะ Death Valley มีสถานที่ลึกลับและประหลาดเกี่ยวกับ “หินเคลื่อน” “Sailing Stone” ในปี 1915 มีนักเดินทางกล่าวว่าพบเห็นก้อนหินเคลื่อนที่ได้เองบนพื้นทรายที่แห้งแล้ง มีนักเดินทางได้ทำการบันทึกและศึกษาเพิ่มเติมเพื่อค้นหาความลึกลับเหล่านี้กล่าวว่า หินเหล่านี้ขยับตัวได้เองเนื่องจากการละลายของน้ำแข็งรอบ ๆ หินจึงทำให้หินเกิดการเคลื่อนที่ แต่ในความเป็นจริงยังไม่มีใครเห็นก้อนหินเหล่านี้ในขณะที่มันเคลีื่อนที่

 

 

2. เนินเขาแม่เหล็ก “Magnetic Hill”, ลาดักห์, ประเทศอินเดีย

ในประเทศอินเดีย ณ เนินเขา “Magnetic Hill” หรือเนินเขาแม่เหล็ก เป็นเนินเขาลึกลับที่มีถนนสายเล็ก ๆ ที่เขากล่าวว่าในขณะที่คุณกำลังขับรถไปตามถนน แล้วถ้าคุณดับเครื่องยนต์ รถของคุณจะเคลื่อนที่ได้เองด้วยความเร็วประมาณ 20 กม. / ชม. ไปบนเนินเขาลึกลับแห่งนี้

 

 

3. ก้อนหินโตได้ Moeraki Boulders, ประเทศนิวซีแลนด์

ณ ชายหาด Koekohe ในประเทศนิวซีแลนด์ มีภาพที่หาชมได้ยากและลึกลับของก้อนหินรูปไข่ขนาดยักษ์ที่อยู่กระจัดกระจายไปทั่วบนชายหาด ในทิวทัศน์ที่สวยงามบนน้ำสะอาดสีเขียวแห่งนี้มีเรื่องลึกลับกล่าวว่า ก้อนหินทรงกลมมหึมาเหล่านี้มีขนาดโตขึ้นเรื่อย ๆ มันมีเส้นรอบวงยาวถึง 12 ฟุต หลายคนเชื่อว่าเป็นผลมาจากการสะสมที่มากมายของแร่ธาตุและตกตะกอนสะสมแข็งตัวรอบก้อนหินเหล่านี้

 

 

4. ป่าผีสิง Aokighara ประเทศญี่ปุ่น

เป็นป่าในบริเวณเชิงเขาฟูจิ ประเทศญี่ปุ่น นับตั้งแต่ปี 1950 ณ ป่าแห่งนี้พบศพผู้เสียชีวิตมากกว่า 500 คน เฉลี่ยแล้วมีผู้ฆ่าตัวตายในป่าแห่งนี้ประมาณปีละ 30 ราย ในปี 2002 พบร่างผู้เสียชีวิตถึง 78 ศพ แม้ว่าในป่าจะมีป้ายทั้งในภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นที่มีเนื้อหาเกลี้ยกล่อมให้เปลี่ยนใจในการฆ่าตัวตายก็ยังไม่อาจหยุดการฆ่าตัวตายได้ จนได้มีเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับตำนานและความเชื่อต่าง ๆ ของป่าแห่งนี้ว่าเป็นที่สิงสถิตย์ของเหล่าภูตผี โดยเชื่อว่าป่าแห่งนี้มีวิญญาณต้นไม้สิงสถิตย์อยู่ เหล่าวิญญาณของต้นไม้จะดูดเอาพลังงานชีวิตจากผู้เสียชีวิตกลับคืนเป็นพลังแห่งป่าเพื่อต้านภัยธรรมชาติและต้านภัยของมนุษย์

 

 

5. น้ำตกเปลวไฟ Eternal Flame Falls, สวน Orchard, รัฐนิวยอร์ก

มีเรื่องน่าตื่นเต้นชวนสงสัยในน้ำตกของหุบเขาทางตอนเหนือของอุทยานแห่งชาติ Chestnut Ridge Park เราจะเห็นเปลวไฟเล็ก ๆ ที่เกิดจากการลุกไหม้ภายในน้ำตก มันเป็นเปลวไฟที่มีแสงสวยสดใสที่เกิดจากก๊าซมีเทนที่พุขึ้นทำให้เกิดเพลิงไหม้เล็ก ๆ ในน้ำตก มันดูมหัศจรรย์และสวยงามอย่างน่าประหลาดใจ

 

 

6. น้ำพุร้อน Old Faithful, อุทยานแห่งชาติ Yellowstone USA

สถานที่ลึกลับแห่งนี้อยู่ในอุทยานแห่งชาติ Yellowstone National Park ณ ที่แห่งนี้มีน้ำพุร้อนถึง 300 แห่งที่พร้อมจะปะทุขึ้นทุก ๆ 55 ถึง 120 นาที ในทุก ๆ 2-5 นาที มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั่วโลกที่เข้าชมอุทยานแห่งชาติเพื่อชมความสวยงามของน้ำพุร้อนที่พรวยพุ่งราวกับควันไฟสีขาว

 

 

7. เนินเขาหินปูน ปามุกกาเล (Pamukkale) ประเทศตรุกี

ปามุกกาเล หรือที่แปลว่า ปราสามปุยฝ้าย อยู่ในจังหวัดเดนิซลี ประเทศตรุกี เป็นเนินเขาสีขาวของหินปูน ที่มีความยาวประมาณ 2.7 กิโลเมตร สูง 160 เมตร เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่แคลเซียมคาร์บอเนตเกิดการตกตะกอนสะสมเป็นเวลาหลายพันปี มีความน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งที่ว่า ณ ที่แห่งนี้อุดมไปด้วยน้ำแร่ที่มีประโยชน์ในการรักษาโรคบางอย่าง มีอุณหภูมิน้ำสูงถึง 100 องศาฟาเรนไฮต์ มีผู้คนมาเที่ยวชมทิวทัศน์ของเทือกเขา หน้าผา และน้ำตกสีขาวบริสุทธิ์เช่นนี้มากมายต่อปี ปามุกกาเลแห่งนี้ถูกเลือกให้เป็นมรดกโลกด้วย

 

 

8. น้ำตกเลือดแอนตาร์กติกา (Blood Falls, Antarctica)

น้ำตกเลือดแห่งนี้อยู่ในเทือกเขา Taylor ที่เต็มไปด้วยหิมะและมีแอ่งน้ำเล็ก ๆ ที่มีน้ำตกสีแดงเลือดที่ดูลึกลับน่าสะพรึงกลัว นักชีวเคมีและนักธรณีวิทยากล่าวว่าเกิดจากธาตุเหล็กในทะเลสาบที่ไหลอาบเป็นสีแดงราวสดราวกับสีของเลือด

 

 

9. ป่าหิน Shilin Stone Forest ประเทศจีน

ป่า Shilin Stone Forest ในจังหวัดยูนาน ประเทศจีน มีป่าแห่งหนึ่งที่เรียกว่า ป่าหิน หรือ Stone Forest มันเต็มไปด้วยหินปูนขนาดใหญ่ที่ตั้งสูงตระหง่าน ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากที่เข้ามาเยี่ยมชมเป็นสักขีพยานในความงามแห่งนี้

 

 

10. เมืองตะวันไม่เคยลับฟ้า ชุมชนลองเยียร์เบียน (Longyearbyen) ประเทศนอร์เวย์

ชุมชนแห่งนี้มีช่วงเวลาลึกลับและแปลกประหลาดคือ บางเดือนไม่มีเวลากลางคืนเลย มันเป็นเวลากลางวันตลอด 24 ชั่วโมง (ในช่วง 20 เมษายน ถึง 23 สิงหาคม) ณ ที่แห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะกรีนแลนด์ในทะเลอาร์กติก

 

ขอบคุณที่มี http://www.thrillophilia.com

error: Content is protected !!